สวัสดีครับเพื่อนๆ เมื่อวันเสาร์ 19 ก.ย.69 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานเสวนา WebPresso ครั้งที่ 4 และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของ สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (TWA) จัดขึ้นแถวเขตคลองสาน กทม. ต้องขอบคุณสมาคมฯที่จัดจัดกิจกรรมดีๆให้กับสมาชิกแบบนี้
ในงานได้พบและพูดคุยกับ คุณธรรณพ สมประสงค์ นายกสมาคมฯ (นายกคนที่13) ซึ่งผมก็เพิ่งรู้ว่า สมาคมฯก่อตั้งมานานกว่า 20 ปีแล้วนะครับ ส่วนตัวติดตามกิจกรรมทางแฟนเพจของสมาคมฯตลอด ครั้งนี้ผมไปร่วมในฐานะเจ้าของสื่อและผู้ผลิตคอนเทนน์ท่านนึง (เว็บไซต์ และบรรณาธิการ www.thinkerfriend.com) และอีกมุมในหมวกของสมาชิกสามัญของสมาคมฯ TWA ด้วยครับ…
ทางสมาคมฯ จัดงานเสวนาที่น่าสนใจมากๆ และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆหลายท่านที่ทำเว็บไซต์ และกำลังอยากเพิ่ม Skill และอัปเดทมุมมองใหม่ๆจากกูรูและคนที่อยู่ในแวดวงเดียวกัน โดย part แรกของงาน พี่ทอย คุณกษิดิศ สตางค์มงคล (แอดทอย จากเพจ DataRockie) ซึ่งเป็นกรรมการสมาคมฯ มาร่วมเปิดมุมมองเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์และแนะนำครีเอเตอร์ในยุค AI ซึ่งผมเห็นด้วยกับพี่ทอยหลายมิติ ทั้งการทำคอนเทนน์คุณค่าที่ไม่ต้องไปตามกระแส คนกลับมาหามาอ่านได้ตลอด มีหลายประเด็นเลยครับ ผมสรุปไอเดียแบบสรุปๆมาฝากเพื่อนๆ อ่านกัน



“พี่ทอย” สะท้อนมุมมองในยุคที่วงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็ว การพึ่งพารายได้จากระบบสร้างรายได้ (Monetization) ของแพลตฟอร์มอย่างเดียว เช่น ค่าโฆษณาจากยอดวิว อาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่ออัตราผลตอบแทนต่อยอดวิวนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยมาก เช่น ยอดวิวหลักล้านอาจสร้างรายได้เพียงหลักสิบหรือหลักร้อยบาทเท่านั้น การสร้างความยั่งยืนจึงต้องมองข้ามรูปแบบเดิม ๆ และหันมาสร้าง “ธุรกิจคนเดียว (One-Person Business)” ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวตนและคุณค่าที่เราส่งมอบ


1. เลิกพึ่งพารายได้จากแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว ตัวเราคือ “ผลิตภัณฑ์” ที่แท้จริง
- Productize Yourself: ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเราเองคือผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด หน้าที่ของครีเอเตอร์คือการพัฒนาตัวเองให้เป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน
- สร้างช่องทางของตัวเอง: การมีเว็บไซต์ส่วนตัวเพื่อรวบรวมคอนเทนต์และดึงดูดผู้เข้าชม (Traffic) ถือเป็นรากฐานสำคัญ เปรียบเสมือนการสร้างหน้าร้านที่มั่นคง ซึ่งช่วยเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นรายได้ในระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งพาอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว
2. ปรัชญาการเอาตัวรอดและศิลปะแห่งความเรียบง่าย
การทำธุรกิจหรือการใช้ชีวิตในยุคนี้ จำเป็นต้องผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ (Art and Science of Survival) โดยมีแนวคิดที่น่าสนใจดังนี้:
- วิถีแห่งมูซาชิ (Dokkodo): ยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง ยอมรับความจริงในปัจจุบัน และต่อสู้กับจิตใจของตนเองในทุก ๆ เช้า
- ความรู้จักพอ (Sufficiency): เป้าหมายสูงสุดของธุรกิจไม่ใช่การเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดจนเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่คือการอยู่นรอดได้ในระยะยาว (Survive for a Thousand Years) และมีความสุขกับรายได้ที่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว
3. พลังของการ “เขียน” และการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
- การเขียนคือการคิด: การฝึกเขียนหนังสือหรือบทความสม่ำเสมอช่วยให้ระบบความคิดและการตัดสินใจคมชัดขึ้น การตื่นเช้ามาเขียนวันละเล็กวันละน้อยสะสมต่อเนื่องหลายปีคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
- นิยามใหม่ของการศึกษา: การศึกษาไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยและไม่ได้สิ้นสุดเมื่อเรียนจบ แต่เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
4. ใช้ AI เป็นเครื่องมือทุ่นแรง ไม่ใช่ข้ออ้างในการละทิ้งความเป็นมนุษย์
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ เทคโนโลยีควรถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยยกระดับความสามารถ (Amplifier) ของเราให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้องค์กรใช้ AI ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ครีเอเตอร์สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อสร้างธุรกิจและขับเคลื่อนคุณค่าด้วยตนเอง

ช่วงท้าย ผมได้สอบถามพี่ทอย เกี่ยวกับ ในยุคที่แพลตฟอร์มเป็นทางเลือกสำคัญ และโซลเชียลมีเดีย ก็เริ่มปิดกั้น และบังคับให้ต้องจ่ายโฆษณา การจะปรับกลยุทธ์และทำให้คนติดตามเว็บไซต์สตีมมิ่งมากขึ้น ต้องทำอย่างไร? ซึ่งพี่ทอย ได้อธิบายตัวอย่าง หลายองค์กรสื่อและเอกชน พยายามเป็น Partnership กับ Open ai และ AI ตัวอื่นๆกัน เพราะต้องการให้ Data ของตัวเองเป็นทางเลือกอันดับ ต้นๆ ในการที่ ai search จะแนะนำ

ผมขออธิบายเพิ่มตรงนี้ คือ ai search ไม่เหมือนกับการทำหรือจ้างทำ SEO นะครับ ตรงนั้นคือแย่งกันเป็นหน้าแรกใน google ซึ่งต้องบอกว่าไม่จ่ายก็จบ ไม่ใช้งบก็ล่วงครับ แต่ที่พี่ทอย พูดถึง คือ Data ที่ดีและองค์กรต้องมีมหาศาล (context) ในเว็บไซต์ และความร่วมมือ Partnership ที่ทุกคนจะต้องมองหา ในด้านเครือข่ายและแพลตฟอร์ม สำคัญคือผู้ทำคอนเทนน์ต้องเน้น text ทุกคอนเทนน์ ทั้งคลิป วีดีโอ เสียง ต้องมี text ประกอบเขียนบรรยาย ใครพูด เนื้อหาอธิบายไร สรุปยาวสั้น และสำคัญคือคอนเทนน์ที่จะต้องมีความแตกต่างไม่เหมือนใคร และสร้างคุณค่าจะทำให้เป็นที่ต้องการของทุกคน
สำหรับ ในยุคที่ ai search ต่อไปนี้จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการค้นหา คอนเทนน์และบทความเนื้อหา text มีความสำคัญอย่างมากในการทำคอนเทนน์ หากเรามีจุดแข็ง เนื้อหามีความแตกต่าง นี่คือข้อได้เปรียบ ฉะนั้น พฤติกรรมของ Audience ที่ใช้ AI ในการหาข้อมูล ในการบริการมากขึ้น ทำให้จากนี้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องปรับตัวและปรับกลยุทธ์การทำงาน ถ้าคุณยังต้องการ ยอดวิว ยอดติดตาม นี่คือตัวชี้วัดความสำเร็จและการทำงาน
ความสำเร็จในยุคดิจิทัลไม่ได้วัดกันที่การเป็นคนที่เสียงดังที่สุดหรือมีผู้ติดตามมากที่สุดเสมอไป หากแต่เป็นการสร้างคอนเทนต์ที่มีความหมาย ส่งมอบมูลค่าที่แท้จริงให้กับกลุ่มเป้าหมาย และดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความสุข ความยั่งยืน และคาแรคเตอร์ที่ดีงาม
“จงตื่นเช้ามาทำสิ่งที่มีความหมาย พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน และสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนด้วยสองมือของคุณเอง” – แอดทอย
ล่าสุด ผมก็เพิ่งผ่านอบรม ด้านมาตรฐานรักษาความปลอดภัยเว็บไซต์ ของ NCSA Thailand สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเ บอร์แห่งชาติ (สกมช.) National Cyber Security Agency Government organization
นอกจากในยุคที่เราทั้งบริหารและผลิตคอนเทนน์แล้ว จำเป็นมากๆที่เราจะเรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ควรมีมาตรฐานและระบบการป้องกันที่ดี ไว้มีไรที่น่าสนใจจะมาแนะนำกันนะครับ

แหล่งที่มาอ้างอิง:
- [ถอดบทเรียนและแนวคิดการสร้างธุรกิจ One-Person Business จากประสบการณ์ตรงของวิทยากร]






