สวีเดนสั่ง “ถอยหลังเพื่อก้าวหน้า” ประกาศโละแท็บเล็ตคืนชีพตำราเรียน หวังแก้วิกฤตเด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้
17 เม.ย.69 [สต็อกโฮล์ม] – รัฐบาลสวีเดนประกาศมาตรการครั้งใหญ่ สั่งโรงเรียนทั่วประเทศลดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และกลับมาเน้นการใช้ “หนังสือ-ปากกา-กระดาษ” เป็นหลัก หลังผลคะแนนมาตรฐานระดับโลกดิ่งเหว ชี้การใช้หน้าจอมากเกินไปทำลายสมาธิและความจำของเยาวชน
ทางการสวีเดนกำลังขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาใหม่ภายใต้ชื่อ “från skärm till pärm” (จากหน้าจอสู่หนังสือเล่ม) เพื่อกู้คืนทักษะพื้นฐานของนักเรียนที่ถดถอยลงอย่างน่าใจหาย โดยรัฐบาลทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) เพื่อจัดซื้อหนังสือเรียนพิมพ์สำหรับทุกวิชา รวมถึงหนังสืออ่านนอกเวลาอย่างนิยายและสารคดี เพื่อนำกลับมาวางไว้บนโต๊ะเรียนแทนที่แท็บเล็ตและแล็ปท็อป

บทเรียนราคาแพงจากการพึ่งพาดิจิทัล
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มาจากผลคะแนนทดสอบมาตรฐาน PISA ในวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของเด็กสวีเดนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปี 2000 จนถึงปี 2022 โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การพึ่งพาเทคโนโลยีในห้องเรียนมากเกินไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อ:
- ความเข้าใจเชิงลึก: งานวิจัยชี้ว่าการอ่านจากกระดาษช่วยให้สมองจดจำและเข้าใจเนื้อหาเชิงอธิบายได้ดีกว่าหน้าจอ
- สมาธิที่สั้นลง: การใช้หน้าจอทำให้เด็กขาดจดจ่อและการจดจำในระยะยาว
- ทักษะพื้นฐาน: การขาดการฝึกคัดลายมือด้วยมือทำให้ทักษะการเคลื่อนไหวและการประมวลผลข้อมูลลดลง
มาตรการคุมเข้มสู่ “ห้องเรียนไร้จอมือถือ”
ภายใต้นโยบายใหม่นี้ สวีเดนจะบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2028 ซึ่งรวมถึง:
- ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ: ห้ามใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อลดการรบกวนการเรียน
- คืนชีพการเขียนมือ: กำหนดเวลาสำหรับความเงียบเพื่อการอ่านหนังสือและการฝึกคัดลายมือด้วยปากกาบนกระดาษ
- จำกัดการใช้เทคโนโลยี: เทคโนโลยีดิจิทัลจะยังคงมีอยู่ แต่จะถูกจำกัดไว้เฉพาะในระดับชั้นที่สูงขึ้นและต้องใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเท่านั้น ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่ตำราเรียนพื้นฐาน
“การอ่านคือพื้นฐานของทุกสิ่ง หากเด็กไม่มีทักษะการอ่านที่ดี พวกเขาก็ไม่สามารถเรียนรู้วิชาอื่นๆ ได้เลย” หนึ่งในข้อความสะท้อนความกังวลจากนักการศึกษาในพื้นที่

เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่และสายตาชาวโลก
แม้ว่าจะมีกระแสคัดค้านจากภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กังวลว่าเยาวชนอาจขาดทักษะดิจิทัลที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจในอนาคต แต่ผลลัพธ์เบื้องต้นกลับพบว่าทักษะการอ่านของนักเรียนเริ่มมีการขยับตัวดีขึ้น
ปัจจุบัน นโยบาย “ถอยหลังสู่รากเหง้า” ของสวีเดนกำลังกลายเป็นต้นแบบที่หลายประเทศในยุโรปเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการลดบทบาทของหน้าจอลง จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างประชากรที่มีคุณภาพในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้าหรือไม่
ข้อมูล กองบรรณาธิการรายงาน
Thinkkerfriend




