ประเด็นสำคัญ
1. วิกฤตความเชื่อมั่นสื่อไทย (Trust in News Drop)
- ความน่าเชื่อถือของข่าวโดยรวมในไทย ลดลงถึง 8% (เหลือ 47% จากเดิมที่เคยคงตัวระดับ 50-55% ในช่วงปี 2021-2025)
- สาเหตุหลักเกิดจากสถานการณ์การเมือง การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทำให้เกิดข่าวลือและข่าวปลอมแพร่กระจายอย่างหนัก จนคนไทยเกิดความไม่แน่ใจในข้อเท็จจริง
2. การเติบโตของ TikTok และนักข่าวพลเมือง
- TikTok ก้าวเป็นแหล่งข่าว 55%: ทำให้ไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกที่มีการใช้แพลตฟอร์มนี้เสพข่าว และในกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี TikTok ได้แซงหน้า Facebook ไปแล้ว (แม้ภาพรวมทุกช่วงวัย Facebook จะยังครองอันดับ 1 ที่ 69%)
- ยุคของ News Creators: คนไทย 43% ให้ความสนใจครีเอเตอร์ข่าวมากกว่าแบรนด์สื่อหลัก (ซึ่งมีเพียง 26%) สะท้อนจากช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชนและครีเอเตอร์สามารถไลฟ์สตรีมสถานการณ์ได้รวดเร็วและเข้าถึงง่ายกว่าสื่อกระแสหลัก
3. พฤติกรรม Platform Shift ขั้นสุด
- ทีวีร่วงต่อเนื่อง: การรับชมข่าวผ่านโทรทัศน์ลดลงเหลือ 42% (จาก 50% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา)
- โซเชียลมีเดียนำทาง: 78% ของคนไทยใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลัก และเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาข่าวสารถึง 6 ใน 10 คน
- ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศของโลก (ร่วมกับอินโดนีเซีย, เปรู, แอฟริกาใต้) ที่มีอัตราการบริโภคข่าวผ่าน “วิดีโอออนไลน์” สูงที่สุด ทะลุ 80%

4. แบรนด์สื่อที่คนไทยยังไว้ใจ
แม้ภาพรวมความเชื่อมั่นจะลดลง แต่สถานีโทรทัศน์กระแสหลักยังคงรักษาความน่าเชื่อถือได้ดีที่สุด โดย 5 อันดับแรกของไทยในปี 2026 ได้แก่:
- ช่อง 7HD (75%)
- Workpoint TV (72%)
- Amarin TV (71%)
- Thai PBS (70%)
- Thai Rath (69%)
อ้างอิงและที่มา (References):
- Reuters Institute: Digital News Report 2026 (Thailand)
- TV Digital Watch: รอยเตอร์สเผยผลสำรวจ ทิศทางสื่อ และความเชื่อมั่นในแบรนด์สื่อข่าวทั่วโลกและไทย 2026
- PPTV HD 36: สถาบันรอยเตอร์ส สำรวจสื่อไทยปี 2026 “PPTV” มีความน่าเชื่อถือ 68%
- The Perspective: ผลสำรวจชี้สำนักข่าวกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น รายงานปี 2026






