“Super Open” ปฏิวัติวงการสื่อ! 4 กูรูประสานเสียง: ‘ความน่าเชื่อถือ’ คือสกุลเงินใหม่ในยุค AI ครองเมือง

วงการสื่อสารมวลชนไทยถึงคราวสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ 4 ยอดฝีมือระดับแถวหน้าของเมืองไทย นำโดย หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์, เฮียวิท-ดร.วิท สิทธิเวคิน, วูดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ CK จีกิจ ร่วมกันฉายภาพอนาคตและการปรับตัวของสื่อในยุคเปลี่ยนผ่าน ชี้ชัดยุคผูกขาด “สัมปทาน” สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ พร้อมก้าวสู่โลก “Super Open” ที่อัลกอริทึมกลายเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตคนทำคอนเทนต์

จาก “เหวี่ยงแห” สู่ “สไนเปอร์”: สื่อยุคใหม่ไร้กำแพงกั้น

เฮียวิท เปิดประเด็นถึงการอวสานของยุคผูกขาดสื่อที่เคยต้องมี “ตั๋วผ่านทาง” หรือสัมปทานยาวนาน 15 ปี โดยปัจจุบันได้ข้ามผ่านยุคทีวีดิจิทัลเข้าสู่ยุค “Super Open” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งใครก็สามารถเป็นเจ้าของสถานีได้เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน

ขณะที่ หนุ่ย พงศ์สุข เปรียบเทียบภาพรวมการโฆษณาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นการ “เหวี่ยงแห” หรือใช้ปืนลูกซองยิงสุ่มเพื่อหาคนดู แต่ในปัจจุบันสื่อใหม่ทำหน้าที่เหมือน “สไนเปอร์” ที่มีความแม่นยำสูง (Targeted Advertising) สามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิมมหาศาล

“แสง” คือมูลค่า: เมื่อต้นทุนการผลิตกลายเป็นศูนย์

ในประเด็นเรื่องต้นทุน CK ตัวแทนคนรุ่นใหม่ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปัจจุบัน “ความฟรีคือค่าเริ่มต้น” (Default) ของการทำสื่อ เพราะโครงสร้างพื้นฐานอย่างมือถือและอินเทอร์เน็ตมีอยู่แล้ว ทำให้ต้นทุนการโพสต์คอนเทนต์เท่ากับศูนย์

“คนรุ่นใหม่ไม่ได้คาดหวังเงินจากแพลตฟอร์มเป็นหลัก แต่พวกเขาคาดหวัง ‘แสง’ หรือ Attention เพราะมันสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสทางธุรกิจได้มหาศาล” CK กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม หนุ่ย พงศ์สุข ได้เตือนถึงอำนาจมืดที่มองไม่เห็นอย่าง “Big Brother” หรืออัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่ควบคุมการมองเห็น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ผู้ผลิตสื่อไม่สามารถต่อรองได้

สูตรสำเร็จ 3R และกฎเหล็ก “1.5 วินาทีตัดสินชะตา”

ด้านกลยุทธ์คอนเทนต์ หนุ่ย ได้สรุปสมการความสำเร็จไว้ที่ 3R ประกอบด้วย:

  1. Real: ความจริงใจ ไม่ประดิษฐ์
  2. Rare: ความแปลกใหม่ มีเอกลักษณ์
  3. Right: ถูกที่ ถูกเวลา และสอดคล้องกับกระแส

นอกจากนี้ วูดี้ และ หนุ่ย ยังสะท้อนภาพพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยชี้ว่าสมาธิคนปัจจุบันสั้นลงเหลือเพียง 6 วินาที และมีเวลาเพียง 1.5 วินาทีแรก เท่านั้นในการตัดสินใจว่าจะ “ปัดทิ้ง” หรือไม่ ทำให้การเปิดรายการแบบดั้งเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป โดยทางรอดคือการทำ Evergreen Content หรือคอนเทนต์ความรู้ที่ไม่มีวันหมดอายุ เพื่อสร้างรายได้และคนดูในระยะยาวผ่านระบบ Search Engine

“ความน่าเชื่อถือ” คือสกุลเงินที่มั่งคั่งที่สุด

เมื่อโลกเข้าสู่ยุค OTT (Over-the-top) อย่างสมบูรณ์ ทีวีได้ลดบทบาทลงเหลือเพียง “ตู้โชว์” (Showcase) เพื่อสร้างโปรไฟล์และความน่าเชื่อถือ ก่อนจะนำไปต่อยอดสร้างรายได้จากช่องทางอื่น

กูรูทั้ง 4 ท่านเห็นตรงกันว่า “Credibility” (ความน่าเชื่อถือ) คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด โดย CK ยอมรับว่ายอมทิ้งเงินหลักล้านดีกว่าเสียความไว้วางใจจากผู้ชม ขณะที่ในแง่การจัดการ “ดราม่า” หรือกระแสลบ CK มองว่าเป็นโอกาสในการได้แสง แต่ หนุ่ย และ วูดี้ เน้นย้ำว่าเมื่อมีวุฒิภาวะมากขึ้น “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ต้องมาก่อนการกระหายยอดวิว

มองอนาคต 2029: เมื่อ AI สร้างสื่อให้มนุษย์ “ดูคนเดียว”

ในช่วงท้ายของการสนทนา มีการคาดการณ์ถึงปี 2029 ว่า AI จะก้าวหน้าไปจนถึงขั้นที่มนุษย์สามารถสั่งให้ AI สร้างคอนเทนต์เฉพาะบุคคลเพื่อดูคนเดียวได้

บทสรุปของวงเสวนานี้สะท้อนชัดว่า OTT ไม่ใช่ทางเลือกแต่คือทางรอด สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่กำลังดิ้นรนเข้าสู่หน้าจอสมาร์ททีวีเพื่อแย่งชิงพื้นที่ปุ่มกด ในขณะที่ผู้ผลิตอิสระต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือให้เป็น “สกุลเงิน” เพื่อยืนระยะให้ได้ในโลกอินเทอร์เน็ตที่ไร้ขอบเขต

ติดตามรับฟังกันแบบเต็มๆได้ที่

https://youtu.be/Cl5BqBaHmWs?si=qrwh2Z6MexNABASM

ชวนเพื่อนๆเข้ากลุ่มไลน์ เพื่อรับข่าวสาร AI

หรือกดที่ลิ้งค์ https://line.me/ti/g2/oDOiEXWEWPAbslz-3LtaOShg4qxIx1YOMA71UA?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

Piyapon pongkaew

บรรณาธิการ / คอลัมนิสต์ ThinkerFriend

New Media Scholar and Data Analyst: MEDIA AI

นักพัฒนานวัตกรรม AI ThinkerFriend – เพื่อนคิด

contact : numsiam.pr@gmail.com

ThinkerFriend.com สังคมแห่งการแบ่งปัน เรื่องราวดีๆ โดยนักคิด นักเรียน และความรู้เรื่องราวที่เป็นประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับชาว ThinkerFriend ทุกคน

ยอดติดตามทุกช่องทางกว่า 50,000 follow up

สนใจติดต่อ

numsiam.pr@gmail.com